วันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2560

วันศุกร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2560

STEM Workforce คืออะไร ?

STEM  Workforce  คืออะไร ?



แปลความหมาย แต่ล่ะคำศัพท์ ของ คำว่า STEM   “สะเต็ม”   โดย คำว่า “สะเต็ม” หรือ “STEM” เป็นคำย่อจากภาษาอังกฤษของศาสตร์ 4 สาขาวิชา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology)  วิศวกรรมศาสตร์(Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics)  หมายถึงองค์ความรู้ วิชาการของศาสตร์ทั้งสี่ที่มีความเชื่อมโยงกันในโลกของความเป็นจริงที่ต้องอาศัยองค์ความรู้ต่างๆ มาบูรณาการเข้าด้วยกันในการดำเนินชีวิตและการทำงาน คำว่า STEM ถูกใช้
ครั้งแรกโดยสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (the National Science Foundation: NSF) ซึ่งใช้คำนี้เพื่ออ้างถึงโครงการหรือโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์  เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ อย่างไรก็ตามสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกาไม่ได้ให้นิยามที่ชัดเจนของคำว่า STEM มีผลให้มีการใช้และให้ความหมายของคำนี้แตกต่างกันไป (Hanover Research, 2011, p.5) เช่น มีการใช้คำว่า STEM  ในการอ้างอิงถึงกลุ่มอาชีพที่มีความเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์  เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ 
สะเต็มศึกษา คือ แนวทางการจัดการศึกษาที่บูรณาการความรู้ใน 4 สหวิทยาการ ได้แก่ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม เทคโนโลยี และคณิตศาสตร์ โดยเน้นการนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง รวมทั้งการพัฒนากระบวนการหรือผลผลิตใหม่ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต และการทำงาน ช่วยนักเรียนสร้างความเชื่อมโยงระหว่าง 4 สหวิทยาการ กับชีวิตจริงและการทำงาน  การจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษาเป็นการจัดการเรียนรู้ที่ไม่เน้นเพียงการท่องจำทฤษฎีหรือกฏทางวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ แต่เป็นการสร้างความเข้าใจทฤษฎีหรือกฏเหล่านั้นผ่านการปฏิบัติให้เห็นจริงควบคู่กับการพัฒนาทักษะการคิด  ตั้งคำถาม  แก้ปัญหาและการหาข้อมูลและวิเคราะห์ข้อค้นพบใหม่ๆ พร้อมทั้งสามารถนำข้อค้นพบนั้นไปใช้หรือบูรณาการกับชีวิตประจำวันได้
การจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มมีลักษณะ  5  ประการได้แก่ (1) เป็นการสอนที่เน้นการบูรณาการ (2) ช่วยนักเรียนสร้างความเชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาวิชาทั้ง 4 กับชีวิตประจำวันและการทำอาชีพ  (3) เน้นการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21  (4) ท้าทายความคิดของนักเรียน  และ (5) เปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็น และความเข้าใจที่สอดคล้องกับเนื้อหาทั้ง 4 วิชา  จุดประสงค์ของการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา คือ ส่งเสริมให้ผู้เรียนรักและเห็นคุณค่าของการเรียนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์  และเห็นว่าวิชาเหล่านั้นเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สามารถนำมาใช้ได้ทุกวัน  
 อ้างอิง http://www.stemedthailand.org/?page_id=23

คำว่า Workfoce ในภาษาอังกฤษ แปล ตรงๆ ในความเข้าใจกันแบบ ไทย ๆ คือ กำลังแรงงาน  ที่ใช้กันในส่วนงานพัฒนากำลังแรงงาน สำหรับ โลกอุตสาหกรรม ที่ ต้องใช้แรงงาน ในการผลิต และสร้างงานฝีมือ เพื่อผลิตสินค้าและบริการ
ถ้ากล่าวถึงแนวนโยบายการพัฒนาระบบอุตสาหกรรมที่เรียกว่าไทยแลนด์ 4.0 หรือเรียกว่า ทศนิยมแห่งยุคสมัย : ไทยแลนด์ 4.0 VS แรงงาน 4.0 ภายใต้กระแสของการขับเคลื่อนประเทศเข้าสู่โมเดล ประเทศไทย 4.0 หรือไทยแลนด์ 4.0   การปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจทุกภาคส่วนในสังคมทั้งภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ และแรงงาน โดยการปรับระบบการท่างานจากเดิมเป็นการใช้ระบบอนาล็อค และเข้าสู่ยุคดิจิตอลซึ่งการเข้าสู่ยุคสมัย 4.0 ในระบบอุตสาหกรรมก็เพื่อการเพิ่มโอกาสในการแข่งขันทางการค้า แม้มีเทคโนโลยีใหม่ๆอย่างไรก็ต้องใช้ “ก่าลังคน”
นโยบาย Thailand 4.0 นำไปสู่การที่ต้องปฏิรูปแรงงาน ให้เป็นแรงงาน 4.0 เพื่อพร้อมในการเข้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต และ Industry 4.0 ดังนั้นการพัฒนาแรงงานต้องสอดคล้องกับอุปสงค์ในอนาคต และเศรษฐกิจแบบ Digital Society คนต้องเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี่ที่เป็นอัจฉริยะ โดยเฉพาะในสายงานการผลิตและรูปแบบของธุรกิจมีการเชื่อมโยงข้อมูล ข่าวสาร การค้า เป็นในรูปของ Internet Of Things
โดยเมื่อรวม ความหมายแปล แต่ล่ะคำศัพท์  STEM Workforce โดยที่ ภายในประเทศไทย เราเองยังคงเป็น อุตสาหกรรม ภาคการผลิต ที่ต้องพัฒนาเพิ่มสมรรถนะกำลังแรงงาน (CompetencyWorkforce) ต้องเพิ่มเติมองค์ความรู้ด้านทักษะ STEM Workforce ให้กับกำลังแรงงาน ในประเทศ อย่างต่อเนื่อง

By INSOLID
MANUFACTURING SYSTEMS INTEGRATION


วันจันทร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2560

อะไรคือข้อดีของ iMachining 3 มิติ ... ?

คำถามที่พบบ่อย  





อะไรคือข้อดีของ iMachining 3 มิติ ... ?

อะไรคือข้อดีของ iMachining 3D ที่ทำความเร็วได้สูงกว่าโปรแกรม 3 มิติ อื่น ๆนอกเหนือจากที่กล่าวไว้แล้วข้างต้น ?


มีข้อดีอีกหลายอย่าง ได้แก่ :
1.   ข้อดีหลัก สำคัญคือการมี โปรแกรม ตัวช่วย สร้างเทคโนโลยีที่โดยจะคำนวณเงื่อนไขการตัดเฉือนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับในแต่ละเส้นทางการเดินตัดแยกกันได้อย่างง่ายดาย ทำให้ในการทำงานในส่วนแรกประสบความสำเร็จทุก ๆ ครั้ง ได้  นี้จะช่วยประหยัดเงินและเวลาเขียนโปรแกรมได้มากและรอบเวลาการทำงาน ลดค่าใช้จ่าย ลดการทดลองผิดถูกและข้อผิดพลาดในการทำงานได้เมื่อเทียบกับระบบ 3 มิติอื่น ๆ เพื่อให้บรรลุความต้องการสร้างเส้นทางเดินตัดงานที่มีประสิทธิภาพ


2.   นอกจากการประหยัดเงิน แล้ว iMachining 3D ยังมีสิ่งที่สำคัญมากกว่าระบบโปรแกรม 3D กัดงานความเร็วสูง อื่นๆ  ก็คือ ที่เป็นคุณสมบัติการกำหนดการตัดเฉือนงานขั้นต่ำของโปรแกรมในการตัดเฉือนพื้นผิวลาดเอียง ด้วยคุณลักษณะนี้จะ จำกัดระยะ Z กัดงานตามระดับที่กำหนด เส้นทางการเดินกัดงานหยาบจะมีส่วนที่เหลือ จากการตัดเหลือเพียงว่าถ้าจุดที่ไม่ได้กัดงาน จะกัดงานที่ระยะสูงสุดที่ระบุโดยผู้ใช้


โปรแกรมกัดความเร็วสูง 3D อื่น ๆ ทั้งหมด ทำการตัดงานตามแนวพื้นเอียงแม้ในสถานการณ์ที่ที่ไม่จำเป็นที่ต้องตัดใด ๆ ที่อยู่บนพื้นที่ลาดเอียงเหล่านั้นเพื่อให้อยู่ในระยะค่าที่ระบุไว้ในการเดินแบบ สคอลลอป Scallop (ในโปรแกรม 3 มิติที่มีช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถระบุค่า Scallop โดยส่วนมากที่สุด เพียงแต่ช่วยให้ผู้ใช้ระบุ ระยะแบบคงที่)

ด้วยคุณลักษณะที่เฉพาะนี้  การกำหนดระยะขั้นต่ำที่ไม่ซ้ำกันนี้จึงส่งผลให้ใน :
ลดระยะเวลาในการตัดเฉือน สร้างเส้นทางรวมในช่วงขั้นตอนการเดินขึ้น ส่งผลให้ได้ในการลดการสึกหรอของทูลและเครื่องจักรและลดรอบเวลาการทำงานลดลงอีก
ที่มากกว่า การทำให้การตัดเฉือนของวัสดุที่เหลืออยู่บนพื้นลาดเอียงออกได้มากคือ จะทำให้การทำงานในขั้นตอน ของการเก็บละเอียดงานที่ตามมา (โดยใช้โมดูล HSM) ที่สามารถทำให้งานเสร็จได้เร็วขึ้นด้วย การเดินกัดที่รวดเร็วได้ ที่มีเนื้อเหลือน้อย โดยที่โหลดของการเดินกัดจะน้อยและดังนั้นจึงทำให้ลดลงเวลาการทำงานต่อไปได้และประหยัดทูลและลดการสึกหรอของเครื่องจักรได้มาก

3.   ในระหว่างขั้นตอนที่การเดินกัดงานขึ้น ความลึกของการตัดเฉือนตามแนวแกนที่มีขนาดที่เล็กกว่าทุก ๆ ครั้งจะสร้างขั้นตอนที่สูงขึ้นใหม่ ทุก ๆ ครั้ง  โดย iMachining ใช้ฟังก์ชั่นของเทคโนโลยีตัวช่วยสร้างการเพิ่มอัตราการป้อนกัดและมุมการตัดเฉือนของทูล โดยที่ต้องรักษาความต่อเนื่องของโหลดที่กระทำต่อทูลที่สูงขึ้นโดยตัดที่ความลึกขนาดเล็ก เช่นส่งผลให้เวลาการตัดเฉือนที่ใช้ในเครื่องจักรของขั้นตอนนี้สั้นกว่าได้โดยไม่ต้องเพิ่มฟีดอัตราป้อนและมุมองศาการกัดเพิ่มขึ้น



By iNSolid...













วันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ด้วยวิธีการกัดงานที่รวดเร็วของ iMachining 3D เมื่อ เทียบกับระบบ 3 มิติอื่น ๆ ได้อย่างไร ?

คำถามที่พบบ่อย  






ด้วยวิธีการกัดงานที่รวดเร็วของ  iMachining 3D เมื่อเทียบกับระบบ 3 มิติอื่น ๆ ได้อย่างไร ?

iMachining 3D จะเร็วกว่าระบบการกัดงานแบบ 3 มิติความเร็วสูงกัดอื่น ๆ โดยปัจจัยที่มีส่วนประกอบที่มากกว่า iMachining 2D เมื่อเทียบกับระบบอื่น ๆ ในการกัดงานความเร็วสูงในระบบ 2D แบบ ปกติทั่ว ๆ ไปใน รูปแบบ เดิม
iMachining 2D สามารสร้างโปรแกรมซีเอ็นซีที่เสร็จสมบูรณ์กัดชิ้นงานในเครื่องจักรกลของคุณในระยะเวลาซึ่งประหยัดเวลาในการทำงานได้มากถึง 70% ที่สั้นกว่าทุก ๆ ระบบ CAM อื่น ๆ
และ ในการทำงาน ของ iMachining 3D สามารถ เวลาการทำงานได้มากถึง 90% ที่สั้นกว่าทุกระบบ CAM อื่น ๆ

         ด้วยเหตุผลที่โปรแกรม iMachining 3D ทำการเข้าตัดชิ้นงานที่ระนาบแนวนอนตามการตัดชิ้นงาน ด้วยการเคลื่อนที่ ด้วยการสร้างขึ้นโดยอัลกอริทึม ของ iMachining 2D และเทคโนโลยีตัวช่วยสร้าง wizard ทำให้ iMachining 3D ตัดวัสดุให้เร็วที่สุดเท่า เทียบiMachining 2D ที่ทำได้



และนอกจากนี้  การทำงานกัดงานที่มีการกำหนดจุดพื้นที่ โดยเฉพาะ และการจัดลำดับขั้นตอนการกัดงานในระบบที่ดีทำให้ดีที่สุดของการตัดเฉือนเป็นไปได้โปรแกรม iMachining 3D จะช่วยลดระยะการเคลื่อนที่และการย้ายตำแหน่งในระยะยาว ๆ ทำให้ ลดการเดินกัดตัวเปล่า ได้ด้วยวีธีนี้ที่แตกต่างจาก ระบบการกัดความเร็วสูง 3D ชนิดอื่น ๆ ไม่สามารถทำได้เหมือน


iMachining 3 D มีการ ความสามารถในการเดินเก็บงานที่ลาดชันด้วยการเดินแบบคำนวณระยะสเตป ที่ต่อเนื่อง จากส่วนที่เหลือจากการทำงานก่อนหน้าได้ อีกทั้งยังทำการกัดงานที่คำนวณการกัดเอาออกเพียงระยะน้อยสุดของวัสดุที่ ระยะลาดชัน ตามความจำเป็นที่จะสร้างการเดินกัดทูลพาร์ทออกมาได้ ลดการเดินกัดงานที่ระยะที่ไม่จำเป็น ในระดับ  Z-  ได้   ด้วยในหลักการนี้หมายถึง เราสามารถ ทำรอบเวลาในการกัดงานจาก iMachining 3D ได้เป็นเวลาน้อยที่สุดที่เป็นไปได้ในการทำงานกัดชิ้นงานที่ต้องตัดเฉือนงาน

By iNSolid...




วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

อะไรสามารถทำให้ iMachining 3D ทำงาน กัดงานชิ้นแบบ Prismatic โดยอัตโนมัติ ?

คำถามที่พบบ่อย





อะไรสามารถทำให้ iMachining 3D ทำงาน กัดชิ้นงานแบบ Prismatic  โดยอัตโนมัติ ?

ใช่แน่นอน! ด้วย iMachining 3D คุณสามารถทำงานกัด หยาบ และคำนวณกัดงานในส่วนที่เหลือของ ชิ้นงานได้  ชิ้นงานที่มีขนาดและการขุดกัดลึก ในการกำหนดได้ในการทำงานครั้งเดียว โดยไม่ต้อง ทำการเขียนหรือสร้างรูปร่างเพิ่มเติม ทั้งหมดนี้เป็นการใช้งานแบบโมเดลที่ต้องการกัดงาน กับ ขนาดของ วัสดุที่จะกัดงาน กำหนดลงไปในโปรแกรม ด้วยรูปแบบของการทำงานแบบอัตโนมัติของ iMachining 3D ทำให้การกัดหยาบและการเก็บส่วนที่เหลือโดยอัตโนมัติทำให้ได้อย่างเหมาะสมที่สุด

ตัวอย่างด้านล่างนี้แสดงให้เห็นถึงเส้นทางเครื่องมือ iMachining 3D Prismatic ทั่วไป

เมื่อทำการกัดงานชิ้นส่วนแบบ 3 มิติ จะทำให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลเป็น ค่าที่ดีที่สุดโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ได้ ระยะเวลาที่สั้นที่สุด โดยใช้ iMachining 3D มากกว่า iMachining 2D
ต่อไปนี้คือ ประโยชน์ สี่ข้อ ของ :iMachining 3D
1.                    iMachining 3D จะทำการลงกัดงานมี่ขั้นที่ลึกที่สุดเป็นครั้งแรก เพื่อที่จะทำการกัดวัสดุงานออกให้มากที่สุด ทำให้ผลในการกัดที่ความลึกที่ดีที่สุดของการตัดเฉือน อัตราการกำจัดวัสดุ (MRR) ที่ดีมาก และอายุการใช้งานของทูลดีมากขึ้น และรูปแบบการยกทูลจะถูกลดการใช้งานได้อย่างดี


2. โปรแกรม iMachining 3D  จะทำการเรียงลำดับของระดับ 2D ได้อย่าง อัจฉริยะ ตามส่วนต่างๆ ได้ตามระดับสองมิติตามระนาบ  Z   การเคลื่อนที่จะลดลงได้โดยการสั่งงานแบบ 3D กัดงานระนาบ Z ระดับตามพื้นที่ และการกัดงานของทูลพาร์ท 2D ตามพื้นที่

3. iMachining 3D จะทำการกำหนดการวางตำแหน่งแบบสมาร์ทระหว่างระนาบสองมิติ 2D  ตามพื้นที่ ระนาบระดับ Z  การย้ายตำแหน่งจะลดลงได้โดยการเชื่อมโยงการทำงานแบบสามมิติ 3D ระนาบ ระดับ Z และทำการกัดงานด้วยทูลพาร์ท ระนาบสองมิติ 2



4. iMachining 3D ใช้การคำนวณชิ้นงานโมเดลที่กำหนดโดยอัตโนมัติจากโมเดลสามมิติตามเป้าหมาย ในพื้นที่แคบ ๆ จะสามารถใช้ทูลขนาดใหญ่ทำงานได้อย่างปลอดภัย


By iNSolid...



วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2559

iMachining 3D ทำได้อย่างไรถึงมีความแตกต่าง ?

คำถามที่พบบ่อย   






iMachining 3D ทำได้อย่างไรถึงมีความแตกต่าง ?

ด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน iMachining 3D แตกต่างจาก 2D iMachining ได้อย่างไร?

iMachining 3D จะสร้างโปรแกรมงานที่สมบูรณ์พร้อมที่จะเรียกใช้และสร้างโปรแกรมให้ซีเอ็นซีที่มีการคำนวณการตัดเฉือนที่เหมาะสมที่สุด สำหรับงานกัดหยาบ และ เก็บส่วนที่เหลือ คำนวณได้จาก โมเดล สามมิติ โดยใช้ Scallop เดินกัดชิ้นงาน ในการสั่งงานกัดงานจากความลาดชันทั้งหมดในการทำงานครั้งเดียว
ในการใช้งาน iMachining 2D มีความต้องการที่จะต้องให้ผู้ใช้งานสั่งงานในส่วนที่ต้องการกัดงานเป็นส่วน ๆ ตามส่วนที่แยกต่างหากกันและลำดับระยะที่ต้องการจะกัดงาน ในการทำงานในครั้งเดียว, iMachining 2D สามารถทำงานได้ในระยะระนาบ หนึ่งความลึก(หนาหรือบาง) ชิ้นทรงเหลี่ยมสมมาตรของวัสดุ
iMachining 3D จะทำการคำนวณวิเคราะห์ชิ้นงานสามมิติเป้าหมายและจะรับรู้คุณลักษณะทั้งหมดของโมเดลและความลึกโดยไม่จำเป็นต้องกำหนดระยะขอบเขตสำหรับการเลือกเส้นขอบกัดงานหรือระบุระยะเช่นความลึกของการกัดขุดงานแบบ สองมิติ ฯลฯ ปริมาณเนื้อของชิ้นงานทั้งหมดที่จำเป็นต้องถูกตัดเฉือนออกจะแบ่งลงในพื้นที่กัด เส้นทางการเดินตัดหยาบจะเกิดขึ้นในแนวนอนของชิ้นงานตามความหนา (ระยะกัดงานลง ) เดินกัดตามส่วนงานที่เหลือในระยะแนวนอนตามชิ้นงานบาง ๆ (ระยะกัดงานลงขึ้น) สำหรับแต่ละส่วนพื้นที่การกัด โดยใช้การคำนวณวิเคราะห์ที่มีความซับซ้อนที่ดีที่สุดของกัดชิ้น จะประสบความสำเร็จในการตัดเฉือนในแต่ล่ะพื้นที่ iMachining 3D ด้วยวีธีการที่ไม่เหมือนกับวิธีการเดินกัดแบบปกติจะส่งผลให้การเดินกัดงานลดระยะการเดินกัดงาน ระยะถอยออกจากชิ้นงานให้ เดินสั้นที่สุด
iMachining 2D ต้องทำการแบ่งระยะและพื้นที่ ทุกที่จะถูกกำหนดโดยแยกความลึกและโดยขอบเขตสองมิติหรือด้วยการเขียนรูปทรงขึ้นมา
iMachining 3D จะได้รับข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับรูปทรงแบบ Stock – ขอบเขตของชิ้นงานรูปร่างและข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุที่จะกัดงานงานออกมาแล้วโดยการกำหนดด้วยผู้ใช้งานในการทำ CAM-Part จากขั้นตอนกัดงานก่อนด้วย HSM
         iMachining 2D ต้องการให้ใช้รูปทรงขอบเขตที่ต้องขียนเพิ่มเติมและกำหนดไว้สำหรับเป็นขอบเขตของวัสดุที่จะกัดงาน ที่อยู่ด้านนอกของรูปทรงชิ้นงานจริง
iMachining 3D จะคำนวณได้อัตโนมัติจากพื้นผิวลาดชันโมเดลสามมิติและกำหนดระยะการกัดที่ดีที่สุดคือระยะ Step-up สำหรับแต่ละความลาดชันที่จะกัดได้เฉพาะเจาะจงสำหรับพื้นที่การตัดเฉือน สำหรับสร้างระยะต่อ ๆ ไปของการเดินด้วยระยะ Scallop ที่กำหนดจริงได้ต่อไป


โดยการใช้งานกำหนดค่า Scallop ให้มีขนาดเล็กจะได้ผลของงานที่ดีและระเอียดซึ่งจะเป็นประโยชน์โดยการทำงานในขั้นตอนต่อไป การเก็บก่อนล่ะเอียด. อย่างไรก็ตามเวลาที่ใช้ในการกัดงานและการคำนวณรอบเวลา จะใช้เวลาที่นานขึ้น



iMachining 2D ไม่สามารถที่จะคำนวณกับชิ้นงานที่มีเนินลาดชัน; สามารถทำได้เพียงระนาบเดียว และความลึกแนวตั้งรูปทรงเรขาคณิตที่พื้นผิวชิ้นงาน



By iNSolid...